จากที่ติดตามนักเรียนหลายพันคน ครูพิมพบตัวเลขที่ค่อนข้างชัด: สัปดาห์ละ 2–3 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2–3 ครั้ง คือจุดที่คุ้มค่าที่สุด
ทำไมไม่ควรอัดรวดเดียว
ผู้ปกครองหลายบ้านจัดให้ลูกเรียน 3 ชั่วโมงรวดวันเสาร์ ซึ่งเข้าใจได้เพราะวันธรรมดายุ่ง แต่ผลที่ได้มักน้อยกว่าที่ควร ด้วยเหตุผล 2 ข้อ
- สมาธิเด็กหมดที่ราว 45–60 นาที ชั่วโมงที่ 2 และ 3 คุณภาพตกลงมาก
- ความจำต้องการการทวนซ้ำแบบเว้นระยะ เจอสัปดาห์ละครั้ง = ลืมไปครึ่งหนึ่งก่อนเจอครั้งถัดไป
ตารางที่ครูพิมแนะนำ
| วัย | ต่อครั้ง | ต่อสัปดาห์ |
|---|---|---|
| 6–8 ปี | 30–40 นาที | 2 ครั้ง |
| 9–12 ปี | 45–60 นาที | 2–3 ครั้ง |
| 13 ปีขึ้นไป | 60–90 นาที | 2–3 ครั้ง |
เห็นผลเมื่อไหร่
ถ้าทำตามตารางข้างบนอย่างสม่ำเสมอ ครูพิมมักเห็นแบบนี้
- สัปดาห์ที่ 2–3 เด็กเริ่มเข้าใจว่าคอมทำตามคำสั่งตรงตัว ไม่เดาใจ
- เดือนที่ 2 แก้บั๊กง่าย ๆ ได้เองโดยไม่ต้องเรียกครู
- เดือนที่ 3–4 เริ่มดัดแปลงโปรเจ็คให้เป็นของตัวเอง ไม่ทำตามโจทย์เป๊ะ ๆ แล้ว — นี่คือสัญญาณที่ดีที่สุด
- เดือนที่ 6 ทำโปรเจ็คเล็ก ๆ ของตัวเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
ช่วงที่ทุกคนจะเบื่อ และเป็นเรื่องปกติ
ประมาณสัปดาห์ที่ 5–8 เด็กเกือบทุกคนจะเข้าสู่ช่วงที่ "ยากขึ้นแต่ยังไม่เห็นผลงานสวย ๆ" เป็นจุดที่คนเลิกเยอะที่สุด
ถ้าผ่านสัปดาห์ที่ 8 ไปได้ โอกาสที่จะเรียนต่อยาว ๆ สูงมาก — หน้าที่ของผู้ปกครองคือประคองช่วงนี้ให้ผ่าน ไม่ใช่เร่งให้เร็วขึ้น
วิธีประคองที่ได้ผลที่สุดคือให้เด็กได้ทำโปรเจ็คที่เขาเลือกเองสักอันในช่วงนี้ แม้จะง่ายกว่าบทเรียนก็ตาม
เรียนสดหรือเรียนวิดีโอดีกว่ากัน
เด็กที่มีวินัยดีอยู่แล้วเรียนวิดีโอได้สบายและถูกกว่า ส่วนเด็กที่ต้องมีคนคอยถามว่าติดตรงไหน เรียนสดตัวต่อตัวจะคุ้มกว่ามาก เพราะครูเห็นทันทีว่าเด็กติดตรงไหนและแก้ให้ตรงจุด