ครูพิมสอนทั้งสองแบบมาก่อนจะย้ายมาออนไลน์เต็มตัว จึงขอเทียบให้ตรงไปตรงมา รวมถึงข้อเสียของออนไลน์ด้วย
ข้อดีของการเรียนออนไลน์
- ไม่เสียเวลาเดินทาง — 2 ชั่วโมงบนถนนต่อครั้งคือเวลาที่เอาไปเรียนได้อีก 2 คาบ
- ดูย้อนหลังได้ เด็กที่ตามไม่ทันกดดูซ้ำได้ ไม่ต้องกลัวเสียหน้าที่จะถาม
- เรียนบนเครื่องที่ใช้จริงที่บ้าน ไม่ต้องมาเจอปัญหา "ที่สถาบันทำได้ กลับบ้านทำไม่ได้"
- ถูกกว่ามาก เพราะไม่มีค่าเช่าสถานที่
ข้อเสียของออนไลน์ที่ต้องยอมรับ
- เด็กที่ต้องมีคนกระตุ้นตลอดจะหลุดง่าย ไม่มีบรรยากาศห้องเรียนคอยดึง
- ผู้ปกครองต้องช่วยตั้งเวลาในช่วงแรก โดยเฉพาะเด็กต่ำกว่า 10 ขวบ
- ไม่มีเพื่อนนั่งข้าง ๆ ซึ่งสำหรับเด็กบางคนคือแรงจูงใจหลัก
5 คำถามที่ช่วยตัดสินใจ
- ลูกเคยดูคลิปสอนอะไรจนจบเองไหม? ถ้าเคย ออนไลน์เหมาะมาก
- บ้านมีมุมที่เงียบพอไหม? ถ้าไม่มี สถาบันช่วยเรื่องสมาธิได้จริง
- เดินทางไปกลับใช้เวลาเท่าไหร่? เกิน 1 ชั่วโมงต่อครั้ง ควรคิดหนัก
- ลูกกล้าถามเวลาไม่เข้าใจไหม? เด็กขี้อายมักถามในห้องเรียนสดตัวต่อตัวได้ง่ายกว่าในกลุ่ม
- งบต่อเดือนเท่าไหร่? ออนไลน์มักถูกกว่า 2–3 เท่าที่เนื้อหาเท่ากัน
ทางเลือกที่ครูพิมเห็นว่าได้ผลที่สุด
สำหรับเด็กส่วนใหญ่ ครูพิมแนะนำแบบผสม: วิดีโอบทเรียนสำหรับเนื้อหาหลัก + เรียนสดตัวต่อตัวเมื่อติด
เพราะเนื้อหาพื้นฐานเด็กดูเองได้ตามจังหวะตัวเอง ส่วนจุดที่ติดจริง ๆ มักเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ต้องมีคนดูโค้ดของเขาเอง ซึ่งการเรียนเป็นกลุ่มตอบโจทย์นี้ได้ยาก
เรียนกลุ่ม 10 คน ครูดูโค้ดเด็กแต่ละคนได้ไม่กี่นาที — เรียนตัวต่อตัว 1 ชั่วโมงจึงมักคุ้มกว่าที่คิด
คำถามที่ควรถามทุกที่ก่อนสมัคร
- ถ้าลูกตามไม่ทัน มีอะไรรองรับบ้าง
- เด็กได้สร้างผลงานของตัวเองกี่ชิ้นในคอร์ส
- ขอดูผลงานจริงของนักเรียนคนก่อน ๆ ได้ไหม
ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุดและเช็กง่ายที่สุด — ของเราเปิดให้ดูหมดที่ หน้าผลงานนักเรียน เล่นได้จริงทุกชิ้นโดยไม่ต้องสมัครค่ะ