ครูพิมจัดให้นักเรียนลงแข่งกับต่างประเทศมาหลายปี และเห็นทั้งเด็กที่ได้ประโยชน์มหาศาลและเด็กที่เสียกำลังใจ ความต่างอยู่ที่ลงตอนไหนและลงเพื่ออะไร

สิ่งที่เด็กได้จริงจากการแข่ง

1. เส้นตายที่ทำให้เรียนจบสักที

ข้อนี้ตรงไปตรงมาที่สุด เด็กที่เรียนเรื่อย ๆ ไม่มีเป้า มักค้างอยู่ที่เดิมหลายเดือน พอมีวันสอบจริง จะเร่งทบทวนเองโดยไม่ต้องบังคับ

2. รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับโลก

การแข่งกับเด็กต่างประเทศทำให้เห็นภาพกว้างขึ้น ทั้งในแง่ที่ว่า "เราไม่ได้แย่อย่างที่คิด" และ "ยังมีที่ให้ไปอีกไกล"

3. ใบเกียรติบัตรที่ใส่พอร์ตได้

มีประโยชน์จริงตอนยื่นเข้ามหาวิทยาลัยหรือสมัครงานแรก แต่เป็นประโยชน์อันดับสาม ไม่ใช่อันดับหนึ่ง

กับดักที่ต้องระวัง

เด็กที่ลงแข่งเพราะพ่อแม่อยากได้ใบเกียรติบัตร มักเลิกเรียนหลังแข่งจบ ส่วนเด็กที่ลงเพราะอยากรู้ว่าตัวเองทำได้แค่ไหน มักเรียนต่อยาว

กับดักที่พบบ่อย

  • ลงเร็วเกินไป — เด็กที่เพิ่งเรียน 2 เดือนแล้วไปเจอโจทย์ยากมาก จะสรุปว่า "ฉันไม่เก่ง" ซึ่งไม่จริงเลย ควรเรียนอย่างน้อย 4–6 เดือนก่อน
  • ให้ความสำคัญกับเหรียญมากกว่ากระบวนการ — ถ้าบ้านตื่นเต้นแค่ตอนได้เหรียญ เด็กจะเรียนรู้ว่าคุณค่าอยู่ที่ผลลัพธ์เท่านั้น
  • ลงแข่งแทนการทำโปรเจ็ค — การแข่งฝึกแก้โจทย์ที่มีคำตอบถูกอยู่แล้ว ส่วนโปรเจ็คฝึกสร้างของที่ไม่มีใครบอกคำตอบ ทั้งสองอย่างต้องมี

เด็กแบบไหนควรลง

  • เรียนมาแล้วอย่างน้อย 4–6 เดือน และเขียนโปรแกรมง่าย ๆ ได้เองแล้ว
  • รับมือกับการทำไม่ได้ได้พอสมควร ไม่ล้มทั้งยืนเมื่อเจอโจทย์ยาก
  • อยากลงเอง — ข้อนี้สำคัญที่สุด

วิธีคุยกับลูกก่อนและหลังแข่ง

ก่อนแข่ง: ตั้งเป้าที่กระบวนการ ไม่ใช่ผล — "ลองทำให้ครบทุกข้อ" ดีกว่า "ต้องได้เหรียญทอง"

หลังแข่ง ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง: ถามว่า "ข้อไหนสนุกที่สุด" และ "มีอะไรที่อยากกลับไปเรียนเพิ่ม" — สองคำถามนี้เปลี่ยนการแข่งขันให้กลายเป็นบทเรียน ไม่ใช่การตัดสิน

ที่โรงเรียนของเรา

เราจัดสอบแข่งกับต่างประเทศปีละหลายครั้ง ทุกคนที่ทำข้อสอบครบได้ใบ Certificate และผลรางวัลจะถูกเก็บเข้าประวัติของนักเรียนโดยอัตโนมัติ ดูได้ทั้งในบัญชีของนักเรียนและหน้าโปรไฟล์สาธารณะ

ดูรายละเอียดการแข่งที่กำลังเปิดรับได้ที่หน้าการแข่งขัน และดูผลของรุ่นก่อน ๆ ได้ที่หน้าประกาศผลค่ะ